บันทึกการเดินทาง : เล่าสู่กันฟังกับความประทับใจ 5 อย่างเมื่อผมลงแข่งวิ่งมินิมาราธอนครั้งแรก

ตอนแรกผมก็แค่คนอ้วนคนหนึ่งที่ต้องการวิ่งออกกำลังกายเพื่อลดมวลไขมันธรรมดา ผมเคยคิดว่าทำไมเราต้องวิ่งออกกำลังไกลเกินกว่า 5 กิโลเมตรด้วย ในเมื่อการวิ่งในระยะนี้วันนึงจะได้ราวๆ 30 -45 นาทีซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับการออกกำลังกายในแต่ละวัน แล้วทำไมผมต้องสนใจเรื่องการลงแข่งวิ่งมินิมาราธอนด้วยล่ะ?

นั่นสิแล้วทำไมผมถึงมาลงแข่งวิ่งมินิมาราธอนกับเค้าได้ล่ะ?

เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2559 ผมได้รับการชักชวน จากพี่ๆที่ทำงานว่ามีการจัดการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรในรายการเดิน วิ่ง เทิดไท้องค์ราชินี ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ใกล้ๆที่ทำงานเราด้วยนะ…

ผมเองก็ลังเลอยู่สัก 2-3 วัน ผมก็จำเหตุผลที่ตกลงไปร่วมแข่งขันรายการนี้ไม่ได้หรอกครับว่าทำไม รู้ตัวอีกที ผมก็อยู่ที่จุดสตาร์ทแล้วล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ

หลังจากผมเข้าถึงเส้นชัยแล้ว ผมได้เก็บความประทับใจที่ผมได้รับมาเล่าสู่กันฟังได้ 5 ข้อดังนี้ครับ

หลายร้อยข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิ่งของตัวเอง อย่ามัวแต่นั่งคิด แค่ลงไปวิ่งก็ได้คำตอบละ… คนลงวิ่งครั้งแรกก็ต้องตื่นเต้นเป็น ธรรมดาจริงมั้ยครับ…ผมตั้งคำถามกับตัวเองเยอะแยะไปหมดก่อนจะลงวิ่ง เช่น จะวิ่งจบครบ 10.5 ก.ม.มั้ย? จะวิ่งยังไงถึงจะไม่หมดแรงกลางทาง? ถ้าเกิดอยากเข้าห้องน้ำตอนวิ่งจะทำยังไง… ฯลฯ สรุปคำตอบคือ ทำได้ไม่มีอะไรมากมายอย่างที่คิดเลย ซ้อมให้พอ พักผ่อนให้พอ ยังไงก็วิ่งได้วิ่งจบวิ่งครบ 10.5 ก.ม. แน่นอน

มินิมาราธอนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด… การวิ่งมินิมาราธอนกับคนเยอะๆนี่มันน่าตื่นเต้นมาก และมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ผมได้พบ เห็นผู้คนมากมายหลายร้อยคนมายืนรอที่เดียวกันปล่อยตัวออกไปพร้อมกันอย่างสวยงาม หลายคนในนั้นก็มีตั้งแต่เด็กสิบกว่าขวบไปจนถึงคุณลุงคุณป้าอายุ 70-80 ปี บางคนเจนสนามมาหลายครั้ง บางคนก็วิ่งเป็นครั้งแรกเหมือนกับผม วิ่งไปมองไปข้างๆ เฮ้ย! น้องหมาพุดเดิ้ลก็มี… วิ่งจนครบ 10.5 กิโลเมตรด้วย มากับคุณลุงรุ่นอายุ 60 กว่าปีฟิตมากๆทั้งคนทั้งน้องหมา

ได้เห็น ได้สัมผัสอะไรใหม่ๆเยอะแยะ… คือปกติแล้วผมเป็นคนตื่นสายครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาวิ่งในตอนเช้ามืดแบบนี้ ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในชีวิตประจำวันมากนัก เช่น ดวงอาทิตย์เริ่มที่จะโผล่พ้นขอบฟ้าในตอนเช้ามืด สายลมอ่อนๆนำอากาศสดชื่นที่ยังไม่มีฝุ่นและควันรถมาสัมผัสผิวกาย ภาพการปล่อยตัวนักวิ่งจำนวนหลายร้อยคน และวิ่งตามกันเป็นสายยาวสุดลูกหูลูกตา ไปตามแนวถนน พระสงฆ์เดินบิณฑบาต ร้านรวงที่กำลังทยอยเปิด ชาวบ้านเริ่มทยอยหุงหาอาหาร หอมกลิ่นข้าวหุงที่กำลังสุก กลิ่นหมูปิ้ง นี่หากไม่ใช่ว่าคิดห่วงระยะทางวิ่งยังเหลืออีกแสนไกลก็คิดอยากจะแตกแถวออกไปอุดหนุนหมูปิ้งสัก 2-3 ไม้อยู่เหมือนกันล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ (วิถีคนอ้วน)

เพื่อนร่วมทางที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง… คือ ขึ้นชื่อว่าวิ่งมันก็เหนื่อยล่ะครับ หลายครั้งที่ผมอยากจะถอดใจเดินให้จบๆซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่โชคดีที่ผมวิ่งคู่ไปกับ พี่ที่ทำงานที่เดียวกับผม เราสองคนต่างก็ลงวิ่งมินิมาราธอนเป็นครั้งแรก อย่ากระนั้นเลย วิ่งคู่ไปด้วยกันนี่แหละครับ ก็ได้คุณพี่ท่านนี้แหละครับคอยผลักดัน (กดดัน) และลาก ให้ผมวิ่งไปเรื่อยๆได้ ถึงจะมีเดินเป็นบางช่วง แต่ก็ยังช่วยให้ทำเวลาดีกว่าที่วางแผนเอาไว้เยอะครับ

กำแพง 10.5 ก.ม. ถูกทำลายไปแล้ว… ผมรู้สึกเป็นอิสระ ผมไม่มีขีดจำกัดในการวิ่งที่ 10.5 ก.ม.อีกต่อไป รู้แล้วว่าการวิ่งในระยะนี้เป็นยังไง ต่อไปต้องซ้อมแบบไหน เมื่อผ่านจุดนั้นไปแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดๆตอนนี้ตอนนี้การวิ่งลดความอ้วนตามปกติของผมที่ระยะ 5 ก.ม.ก็รู้สึกว่ามันสบายขึ้นมาก มันคงเป็นเรื่องของจิตวิทยามั้ง ก็ 10.5 ก.ม. เราผ่านมาแล้วนี่ 5 ก.ม. ก็เหมือนวิ่งเล่นในสวนหลังบ้าน (แต่บอกก่อน ผมยังไม่มีความคิดจะทำลายกำแพง 21 ก.ม. หรือ 42.195 ก.ม.นะครับ ฮ่าๆๆ ^ ^’ )  

อย่างที่ผมได้เล่าถึงความประทับใจของผมในการลงแข่งวิ่งมินิมาราธอนครั้งแรกในชีวิตทั้ง 5 ข้อนั่นแหละครับ ผมเองก็ไม่ใช่คนที่ฟิตอะไรมากมาย ถึงจะไม่ได้ของรางวัลติดไม้ติดมือกลับมาด้วยแต่ผมก็ได้พิสูจน์ให้ทุกท่านได้เห็นแล้วว่าการลงแข่งวิ่งมินิมาราธอนมันไม่ใช่เรื่องยากหากได้เตรียมความพร้อมของร่างกายสักนิด

ถ้าผมทำได้คุณก็ทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองไปสัมผัสบรรยากาศดูสักครั้งนะครับ

สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

Leave a Reply